Menu

omg การหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร? April 7, 2017

omg การหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากามตายด้านนั้น คือภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ อาการนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายในช่วงวัยใดก็ได้ แต่ก็มักจะพบมากขึ้นตามอายุทิ่เพิ่มขึ้นกลไกในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายค่อนข้างมีความซับซ้อน กล่าวคือ สิ่งเร้าจะกระตุ้นสมองให้ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไขสันหลัง สัญญาณเหล่านี้ก็จะกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปทำให้หลอดเลือดส่งเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศชาย จึงทำให้อวัยวะเพศชายขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อของอวัยวะเพศชายมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เรียงตัวกันเป็นแท่ง การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายจะเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อนี้และมีการขยายตัวเต็มที่ การขยายตัวดังกล่าวจะไปกดเส้นเลือดดำทำให้เลือดไหลออกจากอวัยวะเพศชายได้น้อย สาเหตุของการเสื่อสมรรถภาพทางเพศนั้นอาจเกิดจากการสะดุดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งที่กล่าวมา โดยอาจมีสาเหตุจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจก็ได้ถึงแม้ว่าการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศชายนั้นจะเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่สัญญาณของการเกิดปัญหาเรื้อรังก็ตาม แต่ผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนเรื่องวิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไรอาการของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศวิธีรักษาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศการป้องกันการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ omg.

omg

omg สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร โอเอ็มจี
ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ เช่น ความรู้สึกผิดหรือความกังวลต่างๆ โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งกลัวว่าอวัยวะเพศจะไม่สามารถแข็งตัวได้ จนกลายเป็นสิ่งรบกวนใจถึงขนาดที่ทำให้เกิดเป็นความคาดการณ์ไปเองว่าจะเป็นเช่นนั้น
สภาวะที่มีผลกระทบต่อสมองและการลดลงของแรงขับทางเพศ ได้แก่ อาการซึมเศร้าหรือโรคจิตเภท การใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยาระงับประสาท ยาต้านการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตบางชนิด และแอลกอฮอล์ รวมไปถึงการป่วยเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ ปอด ไต หรือโรคตับ และโรคมะเร็งบางชนิด omg
การเปลี่ยนแปลงด้านฮอร์โมนที่ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง รวมถึงระดับเทสโทสเทอโรนลดลง ระดับโปรแลกตินเพิ่มขึ้น(ซึ่งขึ้นอยู่กับการทำงานของต่อมพิทูอิทารี่) และภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากหรือน้อยเกินไป
ความผิดปกติต่างๆ ทางสมอง ซึ่งความผิดปกตินี้อาจไม่มีผลต่อเรื่องความต้องการทางเพศ แต่จะมีความเกี่ยวเนื่องทางระบบประสาทซึ่งมีผลต่อการทำหน้าที่ทางเพศ ความผิดปกติดังกล่าวจะรวมถึงเนื้องอกในสมองและเส้นเลือดในสมองอุดตันด้วย
มีความผิดปกติที่บริเวณไขสันหลัง เช่น ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง (Multiple Sclerosis) หรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลาย โดยมีสาเหตุจากโรคเบาหวาน หรือการผ่าตัดกระดูกเชิงกรานเพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก หรือมะเร็งลำไส้
การรับประทานยาบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาการเสื่อสมรรถภาพทางเพศได้ ได้แก่ ยาต้านอาการซึมเศร้า anticholinergics ยากลุ่มแอนตี้ฮีสตามีน ยาลดความดันโลหิตสูง เบต้า-บล็อกเกอร์ (และยาลดความดันอื่นๆ ในกลุ่ม antihypertensives) รวมไปถึงการได้รับสารนิโคตินจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานานๆ ด้วย
โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดส่วนปลาย (การไหลเวียนของเลือดไม่ถึงอวัยวะส่วนปลายสุดและอวัยวะเพศชาย)
ความอ่อนล้า
อายุมากขึ้น

อาการของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวหรือคงความแข็งตัวไว้ได้ จนทำให้เกิดความพอใจในขณะปฏิบัติกิจทางเพศได้

วิธีรักษาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
หลีกเลี่ยงการรับสารนิโคตินจากการสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพย์ติดอื่นๆ
ถ้ายาที่ใช้อยู่เป็นสาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ omg แพทย์ผู้ให้การรักษาอาจเปลี่ยนยาชนิดใหม่ให้
กรณีที่การหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีสาเหตุจากปัญหาด้านอารมณ์หรือจิตใจ แพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางจิตเวชจะเป็นผู้ที่สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อรักษาอาการดังกล่าวได้
ถ้าระดับเทสโทสเทอโรนในเลือดต่ำ สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดเทสโทสเทอโรนเข้าร่างกายหรือแปะที่ผิวหนัง
อาจต้องทำการรักษา ถ้ามีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง (Hyperthyroidism) หรือ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (hypothyroidism) จนเกินไป
การรักษาด้วยยา Bromocriptine เพื่อรักษาระดับของโปรแลคตินที่เพิ่มมากเกินไป
ในปัจจุบันมีการรักษาด้วยยารับประทานสามชนิดที่มีประสิทธิภาพ นั่นคือ ยาไวอะกร้า (sildenafil) ยาเลวิตร้า(vardenafil) และยาเซียลิส (tadalafil) ยาทั้งสามชนิดสามารถรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้โดยทำให้เลือดไหลเวียนเข้าไปสู่อวัยวะเพศชายได้ในระหว่างมีการกระตุ้นทางเพศ ยาเหล่านี้จะไม่ได้ก่อให้เกิดการแข็งตัวในช่วงที่ไม่ได้มีการกระตุ้นทางเพศ ยาไวอะกร้าและเลวิตร้าช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนยาเซียลิสจะมีผลประมาณ 24-36 ชั่วโมง ผลข้างเคียงของยาทั้งสามแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ยานี้ไม่ควรใช้กับผู้ที่กำลังใช้ยาประเภทที่มีส่วนผสมไนเตรทอยู่ เช่น ไนโตรไกลเซอริน หรือไม่ควรใช้กับคนไข้ที่เป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน มีอาการหัวใจวาย หรือหัวใจเต้นผิดปกติขั้นรุนแรง
การใช้เครื่องปั๊มสูญญากาศเพื่อช่วยให้เกิดการแข็งตัว หลักการทำงานของเครื่องคือ อากาศจะถูกปั๊มออกจากท่อพลาสติกที่นำไปสวมไว้ที่อวัยวะเพศชาย ภายในเวลา 2-3 นาทีหลังทำการปั๊ม เลือดจะถูกดึงให้เข้าไปที่เนื้อเยื่อ corpora cavernosa ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวแล้ว เครื่องมือนี้จะถูกนำออกไป จากนั้นจึงนำหนังสติ๊กรัดที่ฐานของอวัยวะเพศชาย เพื่อช่วยให้คงการแข็งตัวได้
การฉีดยา alprostadil ด้วยตัวเอง ยาชนิดนี้เป็นยาที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เพื่อนำเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศชาย จนเกิดการแข็งตัว แพทย์ของคุณจะเป็นผู้แนะนำเทคนิควิธีการฉีดยาที่ถูกต้อง
การรักษาด้วยการผ่าตัดสอดใส่วัสดุเข้าไปในอวัยวะเพศชาย วิธีการหนึ่งก็คือการสอดใส่วัสดุที่ขยายตัวได้ และมีโพรงสำหรับกักเก็บของเหลวได้ด้วย อีกวิธีการหนึ่งก็คือการฝังแท่งที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งสามารถดัดให้โค้งมาข้างหน้าเมื่อต้องการให้อวัยวะเพศอยู่ในภาวะแข็งตัว หรือเพื่อพับเก็บไว้กับลำตัวได้
ในบางกรณีซึ่งไม่มากนัก แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดหลอดเลือด เพื่อให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะเพศชายได้ดีขึ้น omg.

No Comments on omg การหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?
Categories: omg

instantly ageless ถุงใต้ตา ปัญหาถุงใต้ตา (Eye bags) April 6, 2017

instantly ageless ถุงใต้ตา ปัญหาถุงใต้ตา (Eye bags) นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาว ๆ หลายคน เพราะถุงใต้ตาที่ว่านี้มันไม่ใช่ถุงใต้ตาแบบเกาหลีที่สาว ๆ เขาฮิตกัน (Dolly Eyes) เพราะส่วนนี้จะมันเกิดขึ้นจาก “กล้ามเนื้อใต้ตา” ซึ่งมันจะช่วยทำให้หน้าตาดูหวานขึ้นเหมือนนักร้องเกาหลี แต่จริง ๆ แล้วมันคือถุงใต้ตาที่บวมป่องเป็นวงกลมจนเกินหน้าเกินตานักร้องเกาหลีเนี่ยสิ ไอ้แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า “ถุงใต้ตา” ที่มันทำให้หน้าของเราดูโทรมลง ๆ T-T เป็นที่ทราบดีว่าผิวหนังบริเวณใต้ตาของเรานั้นเป็นอะไรที่บอบบางมากอยู่แล้ว จึงทำให้ทุกคนมักประสบปัญหาถุงใต้ตามาแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งการเกิดถุงใต้ตานั้นก็มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ การใช้ชีวิตประจำวัน สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ฯลฯ แม้ว่าเราจะไม่ยังสามารถยับยั้งให้มันเกิดขึ้นได้อย่างถาวร แต่เราก็สามารถลดปัญหานี้ได้หากดูแลอย่างถูกวิธีครับ สาเหตุการเกิดถุงใต้ตา ถุงใต้ตาจะมีอยู่ 2 ลักษณะด้วยกัน คือ ถุงใต้ตาแท้ และ ถุงใต้ตาเทียม ถุงใต้ตาแท้ เป็นถุงใต้ตาที่เกิดจากกรรมพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกายทำงานผิดปกติ จึงทำให้ไขมันและของเหลวไหลมารวมกันบริเวณผิวหนังใต้ตามากจนเกินไป ทำให้เกิดการป่องนูน ปกติแล้วถุงไขมันนี้จะถูกกั้นไว้ด้วยกล้ามเนื้อเปลือกตาที่แข็งแรง สาเหตุที่พบได้บ่อยและไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ก็คือ ความเสื่อมของผิวหนังตามกาลเวลาอันเนื่องมาจากเนื้อเยื่อที่รองรับถุงไขมันเกิดการหย่อนตัวลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับบางคนที่มีปัญหาเป็นถุงใต้ตาแท้อาจจะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่อายุยี่สิบต้น ๆ ซึ่งถุงใต้ตาจริง ๆ แล้วก็คือ ถุงไขมันที่อยู่ในเบ้าตา มีอยู่ด้วยกัน 5 ถุง โดยจะอยู่เหนือเปลือกตาบน 2 ถุง และอยู่ใต้เปลือกตาล่าง 3 ถุง แต่ถุงใต้ตาล่างที่เคลื่อนออกมาและมีปัญหาบ่อย ๆ จะมีอยู่ 2 ถุง คือ ถุงกลาง (Middle Fat) และบางส่วนของถุงไขมันที่อยู่ด้านใน (Inner Fat) instantly ageless.

instantly ageless
instantly ageless ถุงใต้ตาแท้ ageless
ถุงใต้ตาเทียม คือ อาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ตาล่าง หรือที่เราเรียกว่า ตาบวม หรือ ถุงใต้ตาบวม นั่นแหละ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ระบบการไหลเวียนในร่างกายไม่ดี จึงทำให้มีของเหลวไปคั่งอยู่บริเวณใต้ตา โดยมักมาจากพฤติกรรมอันไม่ปกติ เช่น ร้องไห้หนักมาก ชอบขยี้ตา อดหลับอดนอน ทำงานกลางคืนอย่างหนัก ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แพ้สารต่าง ๆ ใช้สายตามากเกินไป หากพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอและดูแลตัวเอง พร้อมกับหมั่นประคบเย็น อาการดังกล่าวก็จะค่อย ๆ หายไปได้เอง ครีมลดถุงใต้ตา
ถุงใต้ตาบวม
วิธีรักษาถุงใต้ตาแท้
ผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาถุงใต้ตาแท้และเก็บผิวหนังส่วนเกินออก วิธีนี้จะสามารถช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงและดูไม่เหนื่อยล้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตามากผิดปกติและมีผิวใต้ตาหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะทำการซักประวัติคนไข้ก่อนว่าสมควรทำการผ่าตัดหรือไม่ แล้วพิจารณาปัญหาสำหรับวางแผนผ่าตัดรักษาต่อไป ในขั้นตอนการผ่าตัดนั้นแพทย์จะใช้วิธีการวางยาสลบ แล้วจะเริ่มลงมือเปิดแผลที่มีบริเวณเปลือกตาล่าง ซึ่งการรักษาแบบเดิมแพทย์จะเปิดแผลที่ด้านในเปลือกตาล่างบริเวณเยื่อบุตา จะด้วยการใช้มีดผ่าตัดหรือใช้เลเซอร์ก็แล้วแต่ เพื่อเอาถุงไขมันใต้ตานั้นออกไป ซึ่งการกรีดแผลจากด้านในนี้จะมีข้อดีคือจะทำให้มองไม่เห็นรอยแผล แต่การรักษาแบบนี้จะมีข้อเสียที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ นั่นก็คือปัญหา “ร่องตาลึก” ที่มองเห็นได้ชัด แต่บางรายการเอาถุงไขมันออกไปก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้จริง ๆ instantly ageless
ตัดถุงใต้ตาส่วนการรักษาแบบใหม่นั้นแพทย์จะใช้วิธี “การถมไขมัน” ด้วยการเปิดแผลเข้าไปชิดกับขอบตาตามแนวขนตาล่างให้มากที่สุด จากนั้นจะเห็นก้อนไขมันเรียงตัวกันอยู่ตามแนว 3 ถุง โดยถุงที่มีปัญหาก็คือถุง 2 และถุง 3 แล้วแพทย์จะทำการเลาะถุงไขมันที่มีปัญหา พร้อมกับดันขยับให้ไขมันลงไปอยู่ใน “ร่องลึกข้างตา” โดยต้องจัดวางให้ถูกที่แล้วยึดไขมันไว้ให้ถูกตำแหน่ง ในขั้นตอนต่อมาแพทย์จะทำการยึดกล้ามเนื้อให้ตึง โดยขึงไว้กับหางตาด้านข้าง (เพื่อไม่ให้ตาปลิ้น ตาแหก) ทั้งนี้เมื่อขยับไขมันออกจากพื้นที่เดิมแล้ว ผิวหนังบริเวณนั้นจะเกิดการหย่อนเป็นส่วนเกิน ศัลยแพทย์จึงต้องทำการตัดเก็บหนังส่วนเกินนี้ออกด้วย แล้วจึงเย็บปิดแผลให้เนียนสนิท (อาจเห็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่บริเวณหางตา แต่ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็จะมองไม่เห็น) สรุปก็คือการผ่าตัดแบบใหม่จะไม่พยายามเอาไขมันออกเหมือนสมัยก่อน (อาจมีการเอาออกเล็กน้อย) และมักนำไขมันเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์แทน เพื่อทำให้ขอบตาล่างดูอวบอิ่มสมบูรณ์และไม่เป็นร่องลึกใต้ตานั่นเอง ซึ่งก็คือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ใช้รักษากันอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ดี คุณไม่ควรคาดหวังว่าการผ่าตัดแบบใหม่จะทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบตึงเหมือนตอนเราใช้มือดึง เพราะการผ่าตัดจะมีข้อจำกัดในเรื่องปัญหาการดึงรั้งที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ แพทย์จึงมักเหลือระยะปลอดภัยไว้เสมอ เพราะผิวบริเวณตาเป็นจุดที่บอบบางมาก การผ่าตัดจึงต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญสูง
การฉีดสารเติมเต็ม เป็นวิธีการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณร่องตาเพื่อเป็นการแก้ปัญหาทำให้ร่องตาบริเวณถุงใต้ตาที่เป็นอยู่ดูชัดน้อยลง แต่ก็ไม่ใช่วิธีการรักษาถุงใต้ตาโดยตรงและถ้าทำไม่ดีก็อาจทำให้ถุงใต้ตาดูชัดมากขึ้นไปก็ได้
การลดถุงใต้ตาด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency – RF) การใช้คลื่น RF แม้จะช่วยทำให้ไขมันใต้ตาดูเล็กลงได้ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ปัญหาถุงใต้ตาที่เป็นอยู่หายขาดไปได้ เพราะวิธีนี้เป็นเพียงการช่วยยกกระชับผิวใต้ตา ซึ่งจะทำให้ถุงใต้ตาดูเล็กลงบ้างเท่านั้น
การใช้ยาละลายไขมัน แม้จะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษา แต่ก็ไม่ขอแนะนำให้รักษาด้วยวิธีนี้นะครับ เพราะนอกจากจะไม่ค่อยปลอดภัยแล้ว ยังมีรายงานทางการแพทย์ด้วยว่า เคยมีผู้ป่วยที่ใช้วิธีนี้แล้วเกิดอาการตาบอด เนื่องจากเกิดการอักเสบของไขมันที่มากจนเกินไป ส่งผลทำให้ตาบอด
ส่วนวิธีการรักษาอื่น ๆ ก็เช่น การทายากระชับผิว instantly ageless การฉีดสลายไขมันใต้ตา แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างเห็นผลชัดเจน
วิธีรักษาถุงใต้ตาเทียม
ดูแลตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการ ลดการดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะมันส่งผลทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้, งดการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เซลล์ผิวหนังอ่อนแอซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดถุงน้ำใต้ตาและรอยตีนกา, ไม่ขยี้ตา ถูตา หรือกดแรง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ตาบวมมากขึ้น, ล้างเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนเข้านอน เพื่อไม่ให้ผิวหนังต้องสัมผัสสารเคมีในระหว่างที่คุณนอน, เปลี่ยนท่านอน จากนอนคว่ำเป็นนอนหงายพร้อมกับหนุนศีรษะให้สูงเวลานอน เพราะการนอนคว่ำก็จะทำให้น้ำไปคั่งอยู่บริเวณขอบตาล่างได้, ลดอาหารเค็ม เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยเกลือจะมีส่วนทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ ยิ่งถ้าวันไหนคุณมีถุงใต้ตาที่บวมฉึ่งหรือบวมตุ่ย แล้วยิ่งกินอาหารที่มีรสเค็มเข้าไปด้วย ร่างกายก็จะยิ่งเกิดการกักเก็บน้ำเอาไว้ ทำให้ถุงใต้ตาที่มีอยู่เดิมไม่หายไปไหน ชนิดที่ว่าหาสารพัดวิธีมาลดอาการบวมใต้ตาก็ไม่ได้ผล, ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยไม่ให้เซลล์ผิวหนังต้องขาดน้ำ ซึ่งก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดอาการบวมใต้ตาได้ดี อีกทั้งการดื่มน้ำยังช่วยลดการอักเสบของผิวบริเวณรอบดวงตาได้ด้วย เพราะดวงตานั้นต้องอาศัยน้ำเป็นส่วนประกอบและช่วยในการทำงาน หากมีน้ำหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอก็อาจเกิดอาการแสบแดงขึ้นได้
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ คุณควรนอนให้เต็มอิ่มอย่างน้อยประมาณ 6-10 ชั่วโมง เพราะในช่วงเวลากลางคืน ร่างกายของเราจะมีระบบเผาผลาญไขมันและน้ำในร่างกาย ถ้าเราหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ กระบวนการเผาผลาญก็จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เมื่อตื่นเช้ามาก็ต้องเจอเข้ากับถุงใต้ตาสุดน่าเกลียดทันที ดังนั้นมันคงจะดีกว่าถ้าเราจะป้องกันการเกิดถุงใต้ตาด้วยการนอนหลับให้เต็มอิ่ม เพียงเท่านี้ปัญหาถุงใต้ตาก็จะไม่ค่อยมารบกวนคุณแล้วล่ะ แถมคุณยังได้ผิวที่สวยดูอวบอิ่มเป็นของแถมอีกด้วย instantly ageless.

No Comments on instantly ageless ถุงใต้ตา ปัญหาถุงใต้ตา (Eye bags)
Categories: instantly ageless

fos detox ใครที่รู้จักคำว่า “ดีท็อกซ์” คงจะเคยได้ยินถึงข้อดีของมันมาบ้าง March 30, 2017

fos detox ใครที่รู้จักคำว่า “ดีท็อกซ์” คงจะเคยได้ยินถึงข้อดีของมันมาบ้าง พูดกันง่ายๆ ก็เหมือนกันกับการล้างพิษ ล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำแล้วเชื่อกันว่าทำให้ระบบภายในร่างกายใสสะอาด ปราศจากเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือสิ่งหมักหมมต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายสกปรก หรือทำให้เป็นโรคภัยต่างๆ โดยทำแล้วสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายทั้งหลายจะไหลออกมาพร้อมกับอุจจาระ ด้วยความเชื่อนี้ จึงทำให้หลายคนหันไปทำดีท็อกซ์กันเป็นว่าเล่น มีสูตรดีท็อกซ์แพร่หลายตามโลกออนไลน์ต่างๆ มีสมุนไพรที่โฆษณาว่าช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย รวมไปถึงทัวร์ล้างพิษตับไตที่ตามสถาบันต่างๆ จัดขึ้นอีกด้วย จึงมีหลายคนหลวมตัวไปเข้าคอร์สดังกล่าว หรือจำสูตรมาทำเองที่บ้าน จนเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต วิธีดีท็อกซ์ร่างกายแบบไหนควรหลีกเลี่ยงด่วนๆ Sanook! Health มีคำตอบค่ะ 3 วิธีดีท็อกซ์ ล้างพิษตับผิดๆ ที่ห้ามทำ อันตรายถึงชีวิต 1. อดอาหาร ทานได้แต่อาหารบางประเภทที่เชื่อว่าช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย การอดอาหารแล้วทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น ดื่มแต่น้ำมะนาวโซดา น้ำมะพร้าว น้ำใบย่านาง หรือทานแต่ผลไม้ล้วนๆ นอกจากจะไม่ได้ช่วยดีท็อกซ์ร่างกายอย่างแท้จริงแล้ว ยังทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร หนำซ้ำยังอาจทำให้หมดพลังงาน ไม่มีแรง หน้ามืด ตาลาย น้ำตาลในเลือดต่ำ ยิ่งใครที่ทานแต่ของที่ทำให้ถ่าย อาจเกิดอาการช็อคจากการขาดน้ำจนเสียชีวิตได้ fos detox.

fos detox

fos detox 2. สวนรูทวารหนัก ฟอส ดีท็อกซ์

ใครที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย อึดอัดท้องอยากถ่ายแต่ไม่ถ่าย อาจเลือกวิธีสวนรูทวาร โดยการสอดสายน้ำเกลือที่บรรจุของเหลวอย่างน้ำ หรือน้ำกาแฟเข้าไป จริงๆ แล้วด้วยวิธีที่ทำไม่ถือว่าผิด แต่หากคนที่ทำไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ดีพอ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจไม่สะอาดพอ อาจทำให้ติดเชื้อจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน fos detox

นอกจากนี้การสวนรูทวารหนักจะทำให้มีอุจจาระออกมาในปริมาณมาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นการดีท็อกซ์ลำไส้จนสะอาดหมดจดอย่างที่คิด แต่เป็นการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่มากจนเกินไป และหากล้างลำไส้บ่อยๆ อาจทำให้ลำไส้สูญเสียแบคทีเรียในกระเพาะอาหารที่มีประโยชน์ในการช่วยขับถ่ายออกไป ทำให้ในอนาคตร่างกายอาจทำการขับถ่ายด้วยตัวเองไม่ได้ จนต้องใช้วิธีสวนไปตลอด

3. ล้างพิษตับด้วยสารพัดสูตร

ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยคัดกรองสารพิษเพื่อขับออกจากร่างกายก็จริง แต่การล้างพิษตับด้วยการทานอาหารบางอย่าง เช่น น้ำมันมะกอก และดีเกลือ ไม่ได้ช่วยล้างพิษในตับอย่างที่เข้าใจกันได้ เพราะดีเกลือช่วยให้ขับถ่ายคล่องขึ้น และน้ำมันมะกอกจะปะปนออกมากับอุจจาระ จึงทำให้คนที่ทานทั้ง 2 อย่างคิดว่าทานแล้วช่วยดีท็อกซ์เอาอุจจาระ และไขมันออกมา ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดเต็มๆ

หากอยากดีท็อกซ์ร่างกายอย่างถูกวิธีจริงๆ เลือกทานอาหารที่มีกากใย เส้นใยอาหารตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ อย่างมะละกอสุก ลูกพรุน ธัญพืช ข้าวกล้อง หรืออาจจะเป็นน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่า ดื่มในตอนเช้า แต่ยังทานอาหารครบ 5 หมู่ทุกมื้อ และไม่สวนทวาร สวนลำไส้บ่อยเกินความจำเป็น ทางที่ดีหากไม่เคยสวนทวาร สวนลำไส้ด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน และท้ายที่สุด ดื่มน้ำให้มากๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ ไม่ต้องง้อคอร์สดีท็อกซ์ที่ไหนแน่นอนค่ะ

คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าการล้างสารพิษที่หมักหมมในตัวออกไป จะทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก ถ้าทำเป็นประจำก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง fos detox โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หอบหืด เบาหวาน รวมทั้งลดความอ้วนได้ด้วย
การล้างพิษในร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติที่คุณสมารถทำเองได้
คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าการล้างสารพิษที่หมักหมมในตัวออกไป จะทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก ถ้าทำเป็นประจำก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หอบหืด เบาหวาน รวมทั้งลดความอ้วนได้ด้วย

หัวใจสำคัญในการล้างพิษใน 1 วัน คือ จะต้องกินให้ได้แคลอรี่น้อยกว่า 800 kcal เพื่อให้ระบบย่อยและตับได้พัก ต่อจากนั้นตับจะขับสารพิษออกมาได้และอาหารที่คุณจะทานในวันนั้นจะต้องไม่มีเนื้อสัตว์เข้ามาปะปนเด็ดขาด เข้าใจกันดีแล้วต่อไปเรามาเข้าสู่กระบวนการล้างสารพิษกันเลยดีกว่า

1. เลือกผลไม้ที่คุณชอบมา 1 อย่าง เช่น มะละกอ ฝรั่ง แคนตาลูป แอปเปิ้ล ส้มโอ ชมพู่ มะม่วง ฯลฯ ยกเว้นอยู่ 2 อย่าง คือ ทุเรียนและสับปะรด เพราะทุเรียนมีแคลอรีสูงเกินไปและย่อยยาก ทานแล้วจะเป็นภาระกับระบบย่อย ส่วน สับปะรดนั้นมีกรดสูงมาก ถ้ากินทั้งวันท้องก็จะอืดได้

2. ทานแต่ผลไม้ชนิดเดียวตลอดทั้งวัน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ เช่น ถ้าเลือกมะละกอก็อาจจะทานเป็นเนื้อมะละกอสุก หรือส้มตำ (มะละกอดิบ) ที่ใส่แต่มะละกอกับน้ำปลามะนาวเท่านั้น ไม่ใส่เครื่องประกอบอย่างอื่นเด็ดขาด

3. พอมาถึงมื้อกลางวันก็ทานมะละกออีก แต่อาจจะเป็นน้ำมะละกอปั่นใส่น้ำตาลน้อยที่สุด หรือน้ำมะละกอคั้นสดก็ได้

4. มื้อเย็นก็ยังต้องทานมะละกออีกครั้งเป็นมื้อสุดท้ายของวัน โดยอาจจะบีบมะนาวลงไปด้วยนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ไม่เลี่ยนเกินไป

5. วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มมื้อเช้า คุณจะต้องดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นประมาณ 2 ขวดก่อน เพราะเมื่อเราล้างสารพิษ ตับจะขับสารพิษให้มารวมกันอยู่ที่ลำไส้เล็กส่วนต้น จึงต้องดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวเข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว เพื่อให้สารพิษถูกดันออกมากับอุจจาระ หลังจากที่ดื่มน้ำอุ่นแล้วคุณจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำทันที แต่ถ้าไม่มีการดื่มน้ำกระตุ้นและไปทานอาหารเช้า สารพิษก็จะถูกดูดกลับเข้าไปในกระแสเลือดเหมือนเดิม ทำให้การอดอาหารล้างพิษของเราต้องเสียเปล่าไป

วิธีเตรียมน้ำอุ่นผสมมะนาว

อุปกรณ์

ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร 2 ขวด
มะนาว 4 ลูก
เกลือป่น 2 ช้อนชา แต่ห้ามใช้เกลือไอโอดีน
วิธีทำ

ใส่น้ำดื่มให้เต็มขวดจากนั้นบีบมะนาวใส่ลงไปขวดละ 2 ลูก และเกลือ 1 ช้อนชา เขย่าให้เข้ากัน
มะนาวจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน ส่วนเกลือก็จะช่วยอุ้มน้ำไว้ ไม่ให้ถูกร่างกายดูดซึมไปหมด น้ำจะได้เหลือไปจนถึงทวารหนักเพื่อขับอุจจาระ
หลังจากดื่มน้ำมะนาวประมาณ 10-20 นาที คุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ นั่นคือ อาการปกติ หลังจากถ่ายท้องเรียบร้อยแล้วก็เริ่มทานอาหารได้
กระบวนการล้างพิษจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าหากทำเป็นประจำสัก 2 อาทิตย์ ต่อหนึ่งครั้ง

หากคุณมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวปวดศีรษะ มึนงง สมาธิสั้น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ตาแฉะ และปวดเมื่อยตามเนื้อตัวโดยไม่มีสาเหตุแล้วละก็ คุณควรหันมาใส่ใจระบบการใช้ชีวิตประจำวันให้มากขึ้นอีกนิด เพราะนี่เป็นสัญญาณฟ้องว่าร่างกายของคุณได้สะสมสารพิษŽ (TOXIN) ไว้มากเกินควร fos detox.

No Comments on fos detox ใครที่รู้จักคำว่า “ดีท็อกซ์” คงจะเคยได้ยินถึงข้อดีของมันมาบ้าง
Categories: fos detox

shania กล่องเขียว สมุนไพรล้างพิษที่สะสมในร่างกาย March 28, 2017

shania กล่องเขียว สมุนไพรล้างพิษที่สะสมในร่างกาย คงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่าการล้างสารพิษที่หมักหมมในตัวออกไป จะทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก ถ้าทำเป็นปกติ ก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและผดุงรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หอบหืด เบาหวาน รวมทั้งลดความอ้วนได้ด้วย สมุนไพรล้างพิษซื้อได้ที่ไหน แล้ว สมุนไพรล้างพิษได้จริงหรือ??
ที่มาของสารพิษในร่างกาย สารพิษหรือว่าท็อกซินนี้ เป็นคำรวมที่ใช้เรียกมลสารทุกชนิดที่เมื่อสะสมในร่างกายแล้วจะก่อให้เกิดผลร้ายต่อพลานามัย ซึ่งมีท็อกซินทั้งที่เกิดขึ้นเองภายในกายพร้อมทั้งท็อกซิน จากภายนอก เช่น เซลล์ที่ตายทุกวัน ของเสียที่เกิดจากกระบวนการย่อยพร้อมกับเผาผลาญอาหารหรือกระบวนการชีวเคมีอื่นๆ ของเสียที่เกิดจากการสะสมของกากของกิน ของเสียที่เกิดจากอาหารการกินไม่ย่อย เกิดการหมักหมมและบูดเน่าในลำไส้ ฝุ่นควันในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษสารพิษที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ฯลฯ สารพิษต่างๆ เหล่านี้ ปกติร่างกายดำเนินการกำจัดหรือถ่ายเทมันออกตามธรรมชาติอยู่แล้วโดยอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียเหล่านี้คือตับ ท่อน้ำดี ไต ผิวหนัง และปอด ในรูปของอุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล และลมหายใจแต่เมื่อเกิดกรณีใดๆ ก็ตามที่อวัยวะเหล่านี้ไม่สามารถขับสารพิษออกไปได้เร็วพอๆ กับที่ถูกสร้างขึ้น ก็จะเกิดการสะสมของสารพิษในสรีระซึ่งหากสะสมไว้จนถึงระดับหนึ่ง ก็จะมีผลให้ร่างกายและจิตใจเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นได้ shania กล่องเขียว.

shania กล่องเขียว

shania กล่องเขียว วิธีช่วยให้ตนรอดพ้นจากสารพิษทำได้ 2 ทาง คือ ป้องกันพิษภัยจากภายนอกและควบคุมปัจจัยที่จะก่อให้เกิดมลสารภายในร่างกายและจิตใจ ตามวิธีการต่างๆ เหล่านี้ ชาเนีย กล่องเขียว
1. กิน ล้างพิษ หมั่นบริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้นจนเป็นนิสัย เพราะเมื่อย่อย เส้นใยจะกลายเป็นกากอาหาร ทำหน้าที่คล้ายไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ และกระตุ้นให้ตนขับถ่าย เป็นกิจวัตร พร้อมกันนี้ให้ดื่มน้ำสะอาดให้มากวันละ 2 – 8 แก้ว เพื่อป้องกันกากอาหารแข็งตัวการกินผักและผลไม้นี้ ควรเลือกชนิดที่ปลอดภัยจากสารพิษหรือล้างจนแน่ใจ
2. อด ล้างพิษ ผลดีของการอดอาหารอยู่ที่ตับและลำไส้ได้พักผ่อน โดยเฉพาะตับซึ่งทำหน้าที่หนักมากทั้งย่อย กรอง และกำจัดสารพิษในโภชนา แต่เนื่องจากระหว่างอดของกินในลำไส้จะไม่มีกากอาหาร ทำให้ถ่ายไม่ออก หากไม่สวนล้างลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย ของเสียจะหนีไปออกทางไต ทำให้ไตต้องพลอยเสียหายไปด้วยได้ shania กล่องเขียว
3. การสวนล้างลำไส้ใหญ่ ช่วยระบายท็อกซินออกจากร่างกายได้มากที่สุด โดยเฉพาะท็อกซินในระบบทางเดินอาหาร วิธีการนี้ทำได้โดยการสวนน้ำกาแฟผ่านเข้าทางทวารหนัก
4. ขับพิษทางเหงื่อ การอบตัวด้วยความร้อนพร้อมทั้งซาวน่าจะกระตุ้นให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีทั่วเรือนร่าง ไขมันใต้ผิวหนังลดลงการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น กระบวน-การย่อยและเผาผลาญก็ทำงานดีขึ้น ทำให้ระบบประสาทและต่อมไร้ท่อทั้งหลายถูกกระตุ้น ส่งผลให้เหงื่อออกมาก ซึ่งเท่ากับว่าการขับถ่ายของเสียผ่านเหงื่อก็ถูกกระตุ้นให้ได้ทำงานมากกว่าปกตินั่นเอง
5. ขับพิษทางลมหายใจ การฝึกสูดลมหายใจเข้า – ออกให้เต็มที่คราวละ 5 นาที วันละ 2 ครั้ง ในสถานที่อากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้ขับของเสียออกทางลมหายใจได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังกายทุกวิธีก็ช่วยให้หายใจได้ลึกพร้อมกับมีคุณลักษณะดีเช่นกัน
6. ขับพิษในอารมณ์ การนั่งสมาธิสักวันละ 15 นาที หรือการหาวิธีผ่อนคลายอารมณ์ด้วยวิธีการต่างๆ ก็จะช่วยขจัดพิษภัยจากความตึงเครียดนี้ได้

ผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นอาหารล้างพิษและประโยชน์ดีๆ แฝงอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ดีกับตัวตนและสุขภาพอนามัยของเรามาก แม้อาหารจะมีทั้งคุณและโทษ การรับประทานโภชนาไม่สมดุลกับความต้องการของตัวตน บริโภคไม่ถูกวิธี หรือของกินที่รับประทานปนเปื้อนสารพิษ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย เช่น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย แพ้อาหาร ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น สารพิษสะสมยังเป็นตัวการให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคมะเร็ง
ทางที่ดีควรหันมาใส่ใจดูแลอาหารการกินในชีวิตประจำวันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า การบริโภคสมุนไพรล้างพิษ ผลไม้ที่มีคุณค่าช่วยล้างพิษก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลเยียวยารักษาสุขภาพอนามัย

ส้มโอ หรือ เกรปฟรุต เพราะเป็นผลไม้รสชาติดีจึงได้รับความนิยมในข้าวปลาอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งที่เกรปฟรุต shania กล่องเขียว สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยปกป้องไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ตัวตน ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยคุ้มครองสารพิษที่เป็นพิษภัยต่อตัวตน

กระเทียม จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึงสรรพคุณของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดกับระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการใช้กระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย

มะขามป้อม มะขามป้อมนั้นเป็นพืชที่มีวิตามินซีสูงมากมาก ซึ่งวิตามินซีจัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ ลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง อีกทั้งมะขามป้อมยังเป็นยาแก้ไอ แก้กระหายน้ำ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ และที่เด่นที่สุดในการล้างสารพิษ มะขามป้อมนั้นมีงานค้นคว้าว่าสามารถแก้พิษของสารตะกั่วได้

รางจืด พร้อมด้วยแล้วก็มาถึงพืชสมุนไพรล้างมลสารชนิดสุดท้าย นั่นก็คือรางจืดนั่นเองรางจืดครับ รางจืดมีคุณลักษณะที่โดเด่นมากในการทำลายพิษยาฆ่าแมลง พิษจากสตริกนิน พิษจากสารเคมีและยาเบื่อชนิดต่างๆ นับว่าเป้นพืชที่อยู่ในกระแสความนิยม จนมีผู้นำไปสกัดเป็นยาสมุนไพร หรือเครื่องดื่มเพื่ออนามัยต่างๆเป็นจำนวนมาก ลองดูข้อมูลของรางจืดเพิ่มเติมที่บทความนี้นะครับ “รางจืด สมุนไพรไทยขับสารพิษ” ชารางจืด สามรถกำจัดพิษ และล้างสารพิษ ทำจากใบรางจืดอบแห้งมีกลิ่นใบไม้แห้ง หอมอ่อนๆ เป็นธรรมชาติ ให้น้ำชาสีน้ำตาลออกเขียว มีคุณสมบัติกำจัดพิษ แก้เมาค้าง บรรเทาอาการผื่นแพ้ และลดความร้อนในร่างกาย เหมาะกับเมืองไทยในขณะนี้ ที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ชารางจืดไม่มีพิษดื่มเป็นประจำได้ทุกวัน
ย่านาง นั้นมีรสจืด และเป็นยาเย็น สรรพคุณในการดับพิษร้อน ย่านางนั้นมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ใบย่านาง มีสรรพคุณล้างพิษ แก้พิษเบื่อเมา แก้ทานอาหารผิดสำแดง และยังสามารถคุ้มกันอาการติดเชื้อ อักเสบ แก้ผื่นคัน ดับพิษร้อน สามารถทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ
ตรีผลา ตามตำราแพทย์ไทยมีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ ผลิตจากสมุนไพรล้วน มีส่วนผสมของ ลูกสมอไทย ลูกสมอพิเภก มะขามป้อม ท่านสามารถทานอย่างมั่นใจว่าเราให้ท่านได้สารสมุนไพรดีทอกซ์ ล้างพิษ ไม่ใช่เช่นนั้นยาระบายที่ทำเอาเกิดพิษในลำไส้มากกว่าที่จะล้างพิษ ฉะนั้นท่านจะได้ทานสมุนไพรล้างพิษจริงๆ ไม่ใช่ยาระบายและไม่ใช่สมุนไพรเพื่อลดน้ำหนักเป็นหลัก เพียงแต่มีผลด้านลดนำหนักและล้างพิษ สมอไทย มีสรรพคุณในการกำขัดสารพิษในตัวตน ถอนพิษตกค้างและยังแก้อาการจุกเสียแน่นท้อง เป็นยาระบายอ่อนๆ

เหล่านี้เป็นแบบอย่างสมุนไพรที่สามารถใช้ขับพิษ ซึ่งเราจ้องเผชิญอยู่เป็นประจำ ควรเลือกกินอยู่เสมอ เพื่อให้กายของเรามีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรงไม่สะสมสารพิษร้ายเอาไว้ในร่างกายและจิตใจ shania กล่องเขียว.

No Comments on shania กล่องเขียว สมุนไพรล้างพิษที่สะสมในร่างกาย

วิตามินซี 1000 วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิก March 26, 2017

วิตามินซี 1000 วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิก เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สัตว์ส่วนใหญ่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีเองได้ แต่มนุษย์ต้องอาศัยวิตามินซีจากอาหารเสริมแทนเท่านั้น
วิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย วิตามินชนิดนี้มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.) วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น วิตามินซีจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่อคุณตกอยู่ในสภาวะเครียด การขาดวิตามินซีอาจทำให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟันได้ ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอยู่ที่ 60 mg. และสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรที่ประมาณ 70-96 mg. ผู้ที่สูบบุหรี่และผู้สูงอายุ ควรได้รับวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียวิตามินซี 25 – 100 mg. ต่อการสูบบุหรี่หนึ่งมวน ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) แหล่งที่พบวิตามินซีได้ในธรรมชาติ ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว แคนตาลูป มันฝรั่ง มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ พริกไทย เป็นต้น
วิตามินซี หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่ว บางครั้งการรับประทานในปริมาณที่สูงหรือมากกว่า 10,000 mg. ขึ้นไปอาจก่อให้เกิดผลเสีย เช่น อาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย มีผื่นผิวหนัง ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวคุณควรรับประทานในปริมาณที่น้อยลง คนไข้โรคมะเร็งที่กำลังฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ไม่ควรรับประทานวิตามินซีเพราะผลตรวจอาจแปรปรวนได้ วิตามินซี 1000.

วิตามินซี 1000
วิตามินซี 1000 ศัตรูของวิตามินซี ได้แก่ แสง ออกซิเจน น้ำ ความร้อน การสูบบุหรี่ การปรุงอาหาร acerola cherry
วิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริม อะเซโรล่า เชอรี่
เป็นวิตามินที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด มีจำหน่ายหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด แคปซูล ลูกอม เม็ดแบบแตกตัวช้า แบบผง แบบเคี้ยว น้ำเชื่อม หรือเรียกได้ว่าแทบจะทุกรูปแบบ
วิตามินซีบริสุทธิ์คือรูปที่แปลงมาจากน้ำตาลเด็กซ์โทรสจากข้าวโพด (แม้จะไม่มีข้าวโพดหรือเด็กซ์โทรสหลงเหลืออยู่เลย)
ความแตกต่างระหว่างวิตามินซีจากธรรมชาติหรือแบบอินทรีย์ (ออร์แกนิค) และกรดแอสคอร์บิกสังเคราห์โดยทั่วไป คือความยากง่ายในการย่อยและการดูดซึม ซึ่งต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน วิตามินซี 1000
อาหารเสริมวิตามินซีที่ดีที่สุดคือวิตามินซีที่ประกอบไปด้วยไบโอฟลาโวนอยด์ เฮาเพอริดิน และรูติน (บางครั้งอาจเห็นชื่อในฉลากว่า เกลือซิตรัส)
วิตามินซีในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลส่วนมากจะมีขนาดตั้งแต่ 100 – 1,000 mg. ส่วนในรูปแบบผงละลายน้ำจะมีขนาดประมาณ 5,000 mg. ต่อช้อนชา
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับวิตามินซีเสริมอาหารคือ 500 – 4,000 mg.
อะซีโรลาซี (Acerola C) คือ วิตามินซีที่สกัดมาจากผลอะซีโรลาเบอร์รี่
วิตามินซีจากโรสฮิปหรือผลกุหลาบจะมีไบโอฟลาโวนอยด์และเอนไซม์อื่น ๆ ที่ช่วยให้วิตามินซีแตกตัวได้ดี ถือเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่ดีที่สุด
ประโยชน์ของวิตามินซี
ประโยชน์ของวิตามินซีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
การรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด
ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
ประโยชน์วิตามินซี ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด
ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนโตรซามีน (สารก่อมะเร็ง)
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ประโยชน์ของวิตามินซี ช่วยลดความดันเลือด
ช่วยลดการเกิดเส้นเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
ช่วยต่อชีวิตให้เซลล์โดยช่วยให้โปรตีนในเซลล์เกาะเกี่ยวกันได้ดีขึ้น
ช่วยเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก
เป็นยาระบายตามธรรมชาติ
เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ช่วยลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด
ช่วยเร่งให้แผลหลังผ่าตัดหายเร็วยิ่งขึ้น
ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้ให้หายเร็วยิ่งขึ้น
คำแนะนำในการรับประทานวิตามินซี
วิตามินซีจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากรับประทาน วิตามินซี 1000 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารในกระเพาะ และการรักษาระดับของวิตามินซีในเลือดให้สูงอยู่ตลอดเวลาถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพ จึงขอแนะนำว่าให้รับประทานพร้อมอาหารมื้อเช้าและเย็น
วิตามินซีในปริมาณสูงอาจกระทบถึงผลการตรวจเลือดรวมทั้งผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นหากคุณกำลังไปตรวจอย่าลืมแจ้งแพทย์ว่าคุณกำลังรับประทานวิตามินซีอยู่ เพราะการวินิจฉัยอาจเกิดการผิดพลาดได้
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรทราบว่า ค่าที่ได้จากการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะอาจไม่ถูกต้อง หากคุณรับประทานวิตามินซีปริมาณสูง
ยารักษาโรคเบาหวาน อาจมีประสิทธิภาพด้อยลงหากรับประทานร่วมกับวิตามินซี
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิด 2 หรือผู้ที่มีความดันโลหิตสูง สามารถลดความดันได้เพียงแค่รับประทานวิตามินซีวันละ 500 mg.
สำหรับผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้มีเหล็กสะสมในร่างกายมาก เช่น ธาลัสซีเมียหรือฮีโมโครมาโตซิส ไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินซีในปริมาณที่สูง หากรับประทานวิตามินซีเกินกว่า 750 mg. ต่อวัน ควรรับประทานแมกนีเซียมเสริมด้วย เพราะช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะทำลายวิตามินซี เพราะฉะนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองควรรับประทานวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น
สำหรับผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด ควรรับประทานวิตามินซีเพิ่มขึ้น
เพื่อให้วิตามินซีทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรให้มันได้ทำงานร่วมกันกับไบโอฟลาโวนอยด์ แคลเซียม แมกนีเซียม
หากคุณรับประทานยาแอสไพริน ควรรับประทานวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น เพราะแอสไพรินทำให้วิตามินซีถูกขับเร็วขึ้นถึงสามเท่า
หากคุณรับประทานโสม ควรเว้นระยะเวลา 2 ชั่วโมงก่อนหรือหลังรับประทานวิตามินซี
เพื่อบรรเทาอาการหวัด ควรรับประทานวิตามินซี 1,000 mg. วันละสองเวลา พบว่าจะช่วยลดระดับฮิสตามีนในเลือดลงถึงร้อยละ 40 (ฮิสตามีนเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการน้ำมูกน้ำตาไหล) วิตามินซี 1000.

No Comments on วิตามินซี 1000 วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิก

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ March 20, 2017

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปจะส่งผลถึงลูกโดยตรง หากคุณแม่หวังจะให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมบูรณ์และออกมาลืมตาดูโลกด้วยความแข็งแรงในทุก ๆ ด้าน นอกเหนือจากพัฒนาการและความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกแล้ว “ความฉลาด” ของลูกก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พ่อและแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคุณแม่สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ด้วยการรับประทานอาหารเหล่านี้ครับ อาหารบํารุงสมองทารกในครรภ์กรดไขมันโอเมก้า 3 จากปลาทะเล (Omega-3 fatty acids) ปลาทะเลอย่าง ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาบะ ปลาแมคเคอเรล ปลานิลทะเล ปลาดุกทะเล ฯลฯ รวมถึงหอยนางรม หอยพัด หอยกาบ กุ้ง และปลาหมึก จะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยในเรื่องการกระตุ้นสมอง บำรุงเซลล์สมอง และเพิ่มประสิทธิภาพความจำ โดยมีผลการศึกษาวิจัยที่พบว่า ยิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์รับประทานปลามากในช่วง 2 ไตรมาสแรก ทารกในครรภ์ก็จะยิ่งมีพัฒนาการด้านสติปัญญาสูงมากขึ้น (ศึกษาจากการวัดระดับคะแนนด้านสติปัญญาของทารกเมื่ออายุ 6 เดือน) แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่ก็ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังสารปรอทที่อาจเจือปนอยู่มาจากปลาบางชนิดหรือบางตัวด้วย เช่น ปลาที่ควรหลีกเลี่ยง ปลาฉลาม ปลาอินทรี ปลาไทล์ฟิช ปลากระโทงแทงดาบ ปลาทูน่า ปลากระพง ปลาฮาลิบัต ปลามาลิน ปลาวอลล์อาย ปลาจำพวกกะพงปากกว้าง ปลาเก๋า ปลาสำลีน้ำลึก ฯลฯ เพราะปลาพวกนี้จะมีสารปรอทเจือปนอยู่มาก และควรหันมาเลือกรับประทานปลาทะเลชนิดอื่น ๆ ที่มีสารปรอทเจือปนอยู่น้อยแทน (คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ DHA วันละ 300 มิลลิกรัม / เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 เพื่อการเจริญเติบโตของเซลล์สมอง) flow อาหารเสริมบำรุงสมอง.

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง
flow อาหารเสริมบำรุงสมอง โฟเลต (กรดโฟลิก) เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังให้ทารกในครรภ์ การได้รับโฟเลตไม่เพียงพออาจส่งผลให้ทารกในครรภ์เกิดความพิการทางสมองและมีความเสี่ยงต่อการเป็นท่อระบบประสาทผิดปกติ เช่น Spina Bifida ลดลงอย่างชัดเจน ถ้าคุณแม่ได้รับโฟเลตในช่วงระหว่างที่มีการปฏิสนธิและในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลต ได้แก่ ไข่แดง ตับ ผักใบเขียวเข้ม แคร์รอต แคนตาลูป ฟักทอง เอพริคอต อะโวคาโด อาร์ทิโชก ถั่ว แป้งไรย์แบบสีเข้มที่ไม่ผ่านการขัดสี ทอร์ทูลายีสต์ ฯลฯ (คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับโฟเลตวันละ 400-800 ไมโครกรัม / เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกไตรมาส โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ซึ่งมีการสร้างเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก และการได้รับโฟเลตไม่เพียงพอในช่วงไตรมาสที่ 2-3 จะทำให้ทารกมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการทางสมองและประสาทไขสันหลัง อาจทำให้ทารกมีความพิการทางสมองและประสาทได้) flow อาหารเสริมบำรุงสมอง
ธาตุเหล็ก คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นจากปกติเป็น 2 เท่า เพราะธาตุเหล็กสามารถช่วยเสริมสร้างการทำงานของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้ ซึ่งจะช่วยนำออกซิเจนไปให้ทารกในครรภ์อีกทอดหนึ่ง ถ้าคุณแม่ขาดธาตุเหล็ก ทารกก็จะขาดออกซิเจนตามไปด้วย ซึ่งการขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์อาจทำให้ทารกมีความเสี่ยงที่จะมีพัฒนาการล่าช้าและมีระดับไอคิวที่ไม่สูงเท่าที่ควร ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ เช่น เนื้อแดง เนื้อวัว เนื้อหมู ตับ ไข่แดง หอยกาบ หอยนางรม ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ลูกพีชแห้ง ถั่วต่าง ๆ ข้าวโอ๊ต กากน้ำตาล หน่อไม้ฝรั่ง ผักกูด ถั่วฝักยาว ผักแว่น เห็ดฟาง พริกหวาน ใบแมงลัก ใบกะเพรา มะกอก กระถิน ฯลฯ (คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กวันละ 30 มิลลิกรัม / เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณของเลือดและสะสมน้ำนมในช่วงนี้)
ไอโอดีน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และความจำของลูกน้อยในครรภ์ การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับไอโอดีนไม่เพียงต่อความต้องการอาจจะทำให้เป็นโรคคอพอกได้ และจะส่งผลถึงทารกโดยตรงคือ ทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย แคระแกร็น และมีสติปัญญาต่ำ แหล่งอาหารที่มีไอโอดีน เช่น เกลือเสริมไอโอดีนและอาหารทะเลทุกชนิด เช่น ปลาทะเล กุ้ง ปู หอย ปลาหมึก สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล ฯลฯ รวมถึงผักที่ปลูกในดินที่มีแร่ธาตุไอโอดีนสูง (คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับไอโอดีนวันละ 175-200 ไมโครกรัม / เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 เพราะในขณะตั้งครรภ์ต่อมไทรอยด์จะทำงานหนักขึ้น ร่างกายจึงต้องการไอโอดีนเพิ่มขึ้น)
โปรตีน อาหารที่มีโปรตีนมีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างเซลล์ของทารกในครรภ์ มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง ถ้าลูกได้รับโปรตีนไม่เพียงพอจะทำให้สมองมีขนาดเล็กกว่าปกติ อาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีน ได้แก่ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อปลา นม ไข่ ฯลฯ flow อาหารเสริมบำรุงสมอง รวมถึงถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองด้วย เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ฯลฯ โดยมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูงและเหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากแนะนำก็คือ โยเกิร์ตสำหรับมื้อเช้า ซุปถั่วสำหรับมื้อเที่ยง ขนมปังทาเนยถั่วเป็นของว่าง และเนื้อวัวไม่ติดมันสำหรับมื้อเย็น (คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับโปรตีนวันละ 60 กรัม / เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกไตรมาส เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ช่วยในการสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ เพิ่มปริมาณเลือด สร้างน้ำย่อย เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ)
คาร์โบไฮเดรต เมื่อร่างกายย่อยอาหารจำพวกแป้งแล้วจะเปลี่ยนเป็นกลูโคสหรือน้ำตาลที่มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย และเป็นอาหารที่จำเป็นต่อสมองของลูกในครรภ์ ส่วนอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตจะมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภทด้วยกัน คือ ธัญพืช ผัก นม ขนมหวาน และน้ำหวานชนิดต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เผือก มันเทศ มันสำปะหลัง อ้อย ผลไม้ต่าง ๆ ฯลฯ ส่วนในสัตว์จะพบได้น้อยกว่าในพืช (ผู้ใหญ่ควรได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่น้อยกว่าวันละ 50-100 กรัม / เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 1 เพราะในช่วงไตรมาสแรกคุณแม่จะมีอาการแพ้ท้อง คาร์โบไฮเดรตที่เป็นอาหารที่กินง่ายและย่อยง่าย จึงช่วยเสริมพลังให้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี)
อะเซทิลโคลีน เป็นสารที่พบได้ในขนมปังโฮลวีตและข้าวซ้อมมือ ซึ่งมีประโยชน์ช่วยในการทำงานของระบบประสาทให้เชื่อมโยงกับเซลล์สมอง เพื่อทำหน้าที่ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว จึงทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีตามไปด้วย นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่แล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำให้มากพอด้วย อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หากอยากให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทางสมองที่สมวัย เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ในสมอง (เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกไตรมาส) flow อาหารเสริมบำรุงสมอง.

No Comments on flow อาหารเสริมบำรุงสมอง การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่

super nano collagen แหล่งคอลลาเจนในอาหารที่หลายคนอาจไม่เชื่อ March 18, 2017

super nano collagen แหล่งคอลลาเจนในอาหารที่หลายคนอาจไม่เชื่อว่าอาหารที่มีคอลลาเจ­­นจะหากินได้ง่ายขนาดนี้ เอาล่ะสิ ! เตรียมกรี๊ดให้เต็มที่เพราะการมีผิวเด้งตึงน่าจะอยู่ไม่ไกลเกิน­­เอื้อมแล้วจริง ๆ ยุคสมัยนี้ใครอยากขาวใสเด้งก็พึ่งมีดหมอและการศัลยกรรมได้อย่าง­­กับเนรมิต โดยเฉพาะการฉีดคอลลาเจนเพื่อบำรุงผิวพรรณก็มีทั้งหมอแท้หมอเถื่­­อนแทบทุกมุมถนน แต่รู้ไหมคะว่าหากอยากมีผิวดูเด็กไม่จำเป็นต้องทำชีวิตให้ยากแล­­ะเสี่ยงต่ออันตรายขนาดนั้น แค่กินอาหารให้ถูก เลือกอาหารที่มีคอลลาเจนแฝงอยู่ตามนี้ก็มีผิวโบ๊ะเต่งตึงเหมือน­­เกิดใหม่ในเวอร์ชั่นที่ไฉไลกว่าเดิม คอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจน คือ โปรตีนเมตริกซ์นอกเซลล์ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ทำหน้าที่คล้าย ๆ กาวที่คอยยึดเกาะเซลล์ผิวหนัง เอ็น และกล้ามเนื้อให้แน่นสนิทเต่งตึง และกว่า 80% ของเซลล์ผิวหนังในร่างกายก็มีเจ้าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นหากขาดคอลลาเจนไปก็แน่นอนว่าผิวพรรณจะหย่อนยานเหี่ย­­วย่น ดังเช่นคนแก่ที่คอลลาเจนค่อย ๆ ลดลงไปตามวันและเวลา ประโยชน์ของคอลลาเจน หลัก ๆ แล้วคอลลาเจนเป็นโปรตีนใต้ผิวหนังที่คอยยึดเซลล์ผิวให้เต่งตึง แต่อย่างที่บอกว่ากาลเวลาสามารถพรากคอลลาเจนไปจากผิวของเราได้ ดังนั้นประโยชน์ของคอลลาเจนที่เด่นมาก ๆ คือ ช่วยเติมเต็มผิวคล้อยหย่อนยานให้กลับมาเรียบตึง อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผิวที่ถูกความร้อนหรือรังสียูวีเผาไหม้จ­­นกลายเป็นผิวเสีย นอกจากนี้ ดร.เรย์ ซาเฮเลียน ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ยังอวดสรรพคุณของคอลลาเจนในด้านช่วยรักษาโรคข้อและกระดูกเสื่อม­­ และโรคไขข้ออักเสบอีกด้วยนะคะ รู้จักคอลลาเจนและประโยชน์ของคอลลาเจนไปคร่าว ๆ แล้ว นับจากบรรทัดนี้ไปเตรียมสายตาให้ดี ๆ ค่ะ นี่แหละอาหารที่เขาว่ากันว่ามีคอลลาเจนบำรุงความเต่งตึงล่ะ ลุยเลย ! super nano collagen.

super nano collagen

super nano collagen ถั่วเหลือง ซุปเปอร์ นาโน คอลลาเจน

1. ถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุกชนิด รวมไปถึงชีสทุกประเภทมีเจนิสติน (genistein) สารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน มีส่วนช่วยเร่งการผลิตคอลลาเจน ยกกระชับผิวพรรณให้เต่งตึง แถมช่วยบล็อกเอนไซม์ตัวร้ายที่จะทำร้ายผิวให้หย่อนคล้อยมีรอยตี­­นกา

2. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวทุกชนิด ยิ่งเขียวเข้มยิ่งดีอย่างพวกคะน้า ผักกาดหอม ผักสลัด ผักโขม กะหล่ำปลี ผักเคล และหน่อไม้ฝรั่ง ผักสีเขียวทั้งหมดนี้ขึ้นชื่อว่ากระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่า­­งมีประสิทธิภาพ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ลูติน (lutein)

โดยงานวิจัยเรื่องผิวพรรณจากฝรั่งเศสก็แนะนำว่า วัน ๆ หนึ่งควรให้ร่างกายได้รับลูตินประมาณ 10 กรัม (เท่ากับทานผักโขม 1.1 กิโลกรัม หรือผักเคล 0.5 กิโลกรัม) ซึ่งก็จะเพียงพอต่อการบำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียนไร้ริ้วรอยแห่ง­­วัย super nano collagen

3. ถั่ว

เพียงแค่กินถั่ว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา วันละ 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ซึ่งเป็นอาวุธชั้นดีของกระบวนการชะลอริ้วรอยแห่งวัย แถมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาบำรุงดูแลผิวมากขึ้น

ผักผลไม้สีแดง
4. ผัก-ผลไม้สีแดง

ผักและผลไม้สีแดงมีไลโคปีนสูง สรรพคุณเด่น ๆ ของเขาคือช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีสุด ๆ อีกทั้งไลโคปีนยังทำหน้าที่คล้ายสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอยแห่งวัยและเติมเต็มความแข็งแรงของเซลล์ผิว โดยผักและผลไม้สีแดงก็ได้แก่ มะเขือเทศ พริกหยวกแดง บีท แครอท สวีทโปเตโต้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ดร.โรนัลโด วัตต์สัน ผู้ทำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ยังเผยว่าสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในผักและผลไม้สีแดงและเหลืองทุกชนิด มีความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ดีพอสมควร นับเป็นสรรพคุณช่วยชะลอความชราของผิวทางอ้อมอย่างหนึ่งเหมือนกั­­นนะคะ

5. วิตามินซี

ไม่ว่าจะเป็นส้ม มะนาว ฝรั่ง หรือสตรอว์เบอร์รีก็ล้วนอุดมไปด้วยวิตามินซี คุณประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงของเซลล์ผิวได้อีกด้วย
ลูกพรุน

6. ลูกพรุน

ตัวการสุดจี๊ดที่คอยจ้องทำลายความเต่งตึงของผิวเรามีชื่อว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งสิ่งที่จะต่อกรกับอนุมูลอิสระได้ก็คือสารต้านอนุมูลอิสระนั­­่นเอง โดยลูกพรุนก็นับเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิระสูงมาก รองลงมาก็บลูเบอร์รี ฉะนั้นกินทั้งสองอย่างนี้อย่างน้อย 5-6 ลูกทุกวัน รับรองผิวพรรณใสเด้ง

7. กรดไขมันโอเมก้า

ต้องยกให้โอเมก้าเป็นแหล่งสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติตัวเด็ดอีกต­­ัวหนึ่ง ซึ่งช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ถูกปัจจัยอื่น ๆ ทำลาย โดยเราจะรับกรดไขมันโอเมก้าได้จากเมล็ดแฟลกซ์ซีด แซลมอน ปลาทูน่า อะโวคาโด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์ เป็นต้น
8. แตงกวา มะกอกเขียว และมะกอกดำ

ผักและผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ ส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอสูง รักษาระดับคอลลาเจนในผิวให้สูงขึ้นอีกทาง โดยหากกินแครอท และแคนตาลูปเพิ่มด้วยก็จะช่วยให้ร่างกายเสริมสร้างคอลลาเจนได้อ­­ย่างเต็มที่

ดาร์กช็อกโกแลต

9. ดาร์กช็อกโกแลต

ผลงานวิจัยจากเยอรมนียืนยันแล้วว่า ดาร์กช็อกโกแลตไม่มีทางส่งผลร้ายต่อผิว ทั้งยังช่วยบำรุงดูแลผิวได้อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นอยู่ในดาร์กช็อกโกแลตซึ่งเพียงพอต่อการเสริมสร้างคอลลาเจน และชะลอริ้วรอยแห่งวัยได้ชะงัด

ชาขาว

10. ชาขาว

จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน พบว่า ชาขาวไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หากยังเป็นแหล่งของโปรตีนชนิดเดียวกับโปรตีนที่ค้นพบในเซลล์ผิว­­ โดยเฉพาะคอลลาเจน ซึ่งก็ทำหน้าที่ต้านเอนไซม์ที่คอยทำลายผิวพรรณให้หย่อนคล้อยได้­­นั่นเอง

กระเทียม
11. กระเทียม

กระเทียมก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่อุดมไปด้วยซัลเฟอร์ อีกทั้งยังมีกรดไลโปอิก (lipoic acid) และกรดอะมิโนทอรีน (Taurine) ตัวช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่ถูกทำลาย

หอยนางรม
12. หอยนางรม

อาหารที่กินเป็นกับแกล้มก็อร่อย หรือจะกินเล่นเปล่า ๆ super nano collagen ก็ดีอย่างหอยนางรมไม่ได้เป็นแค่ยาโด๊ปเท่านั้นหรอกนะ ทว่าหอยนางรมยังอุดมไปด้วยธาตุสังกะสี และกรดอะมิโนที่สำคัญต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจน พ่วงด้วยธาตุเหล็กและวิตามิน B2 ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย
13. ไข่ขาว

ไข่ขาวเป็นแหล่งกรดอะมิโนโปรลีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นใยคอลลาเจน ดังนั้นการที่เราเสริมโปรตีนตัวนี้เข้าไปก็เท่ากับเสริมความแข็­­งแรงของแขน-ขาคอลลาเจนให้แข็งแกร่ง ยากที่จะมีอะไรมาทำลายได้นั่นเอง
14. เมล็ดข้าวสาลี

เมล็ดข้าวสาลีก็มีกรดอะมิโนโปรลีนสูงเช่นกัน ยืนยันด้วยผลการศึกษาจาก Nutritional Sciences มาแล้วด้วยนะคะว่าแค่กินเมล็ดข้าวสาลีเป็นประจำก็จะช่วยยืดอายุ­­คอลลาเจนในร่างกายให้ยาวนานกว่าเดิมได้

สาหร่ายทะเลทุกชนิด

15. สาหร่ายทะเลทุกชนิด

ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนอย่างไฮยาลูโรนิกเป็นเ­­หตุผลสำคัญที่ทำให้สาหร่ายทะเลทุกชนิดขึ้นชื่อว่าเป็นพืชที่มี­ค­อลลาเจนผสมอยู่ ดังนั้นอยากมีผิวผุดผ่องเต่งตึงต้องอย่าพลาดสาหร่ายทะเลเชียวล่­­ะ

16. เห็ดทุกชนิด

ในเห็ดแทบทุกชนิดอุดมไปด้วยโปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระจึงสามารถช่วยในกระบวนการเสริมสร้างคอลลา­­เจนให้ผิวได้ง่าย ๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้อีกต­­่างหาก

มะพร้าว

17. มะพร้าว

ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ที่จะทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย คล้ายกับการทำดีท็อกซ์ จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส
18. กระดูกอ่อน

ทั้งกระดูกอ่อนหมูและกระดูกอ่อนของไก่ล้วนแล้วแต่มีคอลลาเจนปะป­­นอยู่กับโปรตีนด้วยกันทั้งนั้น โดยเราจะสามารถสังเกตเห็นคอลลาเจนเป็นตัวเป็นตนได้จากน้ำต้มกระ­­ดูกอ่อนที่ทิ้งไว้ให้เย็น และส่วนที่เป็นวุ้นลอยอยู่เหนือน้ำต้มกระดูกก็คือคอลลาเจนนั่นเองค่ะ

ทั้งนี้เราควรกินวิตามิน C ไปพร้อม ๆ กับอาหารที่มีคอลลาเจนด้วยทุกครั้ง เพราะวิตามินซีจะช่วยให้การดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายเป็นไป­­อย่างง่ายดายและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ super nano collagen.

No Comments on super nano collagen แหล่งคอลลาเจนในอาหารที่หลายคนอาจไม่เชื่อ
Categories: super nano collagen

หลินจือมิน เห็ดหลินจือ ชื่อสามัญ Lingzhi mushroom, Reishi mushroom March 15, 2017

หลินจือมิน เห็ดหลินจือ ชื่อสามัญ Lingzhi mushroom, Reishi mushroom เห็ดหลินจือ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ganoderma lucidum (Curtis) P. Karst จัดอยู่ในวงศ์ GANODERMATACEAE สมุนไพรเห็ดหลินจือ มีชื่อเรียกอื่นว่า เห็ดหมื่นปี, เห็ดอมตะ เป็นต้น เห็ดหลินจือ จัดเป็นยาจีนที่ใช้กันมายาวนานกว่า 2,000 ปีแล้ว (Chinese traditional medicine) โดยใช้กันนับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เห็ดหลินจือที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่นิยมและมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุดคือสายพันธุ์สีแดง หรือเห็ดหลินจือแดง หรือกาโนเดอร์มา ลูซิดัม (Ganoderma lucidum) โดยในเห็ดหลินจือจะมีสารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งจะช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่าง ๆ (ประโยชน์ด้านล่าง) โดยแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารพอลิแซ็กคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นสายพันธุ์สีแดงที่กล่าวข้างต้น เห็ดชนิดนี้จัดว่าเป็นของหายากที่มีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน โดยมีการยกย่องว่าเป็นยอดเห็ด เป็นเห็ดที่ดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน เพราะได้มีการบันทึกในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” (ตำราเก่าแก่ที่คนจีนนับถือกันมากที่สุด) ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือนี้เป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังมหัศจรรย์ นักวิทยาศาสตร์พบว่าในเห็ดชนิดนี้มีสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 250 ชนิด ! เป็นยาบำรุงร่างกายและใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รักษาโรคต่าง ๆ ได้หลายโรค และยังปลอดภัยไม่มีสารพิษใด ๆ ต่อร่างกาย หลินจือมิน.

หลินจือมิน

หลินจือมิน เห็ดหลินจือในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายค่อนข้างมาก สำหรับการเลือกซื้อ คุณควรศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก เพราะเห็ดหลินจือที่มีคุณภาพดีนั้น จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งความชื้น แสงสว่าง รวมไปถึงสารอาหารที่ได้รับ และสิ่งที่ต้องดูอีกเรื่องก็คือขั้นตอนการแปรรูป ตรงนี้ก็สำคัญเพราะเป็นกระบวนการที่จะต้องสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากเห็ดออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องให้ความสนใจด้วย โดยต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเห็ดชนิดนี้จะไวต่อความชื้นเป็นพิเศษและความชื้นจะทำให้เห็ดหลินจือขึ้นราได้นั่นเอง linhzhimin

ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ
สรรพคุณของเห็ดหลินจือเห็ดหลินจือสรรพคุณใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย
ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สีหน้าแจ่มใส
ช่วยบำรุงและรักษาสายตา หลินจือมิน
สรรพคุณเห็ดหลินจือใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยทำให้อายุยืนยาว
ช่วยชะลอแก่ ชะลอวัย
ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง
ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น
ช่วยส่งเสริมระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น
ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้นอนหลับได้สนิท
ช่วยทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ดีขึ้น
สรรพคุณช่วยรักษาและต่อต้านมะเร็งโดยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง
ช่วยแก้พิษจากรังสี คีโม เช่น เม็ดเลือดขาวต่ำจากคีโม ท้องเสียอักเสบจากการฉายรังสี อาการปวดจากพิษบาดแผล
ช่วยลดความดันโลหิตและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
ช่วยปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำให้สมดุล
ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
ช่วยลดไขมันในเลือด
ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาทให้ทุเลาลง
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมอาการเบาหวาน
ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด
ช่วยรักษาโรคประสาท
สรรพคุณของเห็ดหลินจือช่วยบำรุงตับและรักษาโรคตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ
เห็ดหลินจือรักษาโรคไตเรื้อรังบางชนิด โดยช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น
ประโยชน์ของเห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคลมบ้าหมู
ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ
ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
ประโยชน์เห็ดหลินจือ ช่วยขับปัสสาวะ
ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร
ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ
ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ ช่วยรักษาโรคเกาต์
ช่วยสลายใยแผลเป็นหรือพังผืดหดยืด ทำให้ใยแผลเป็นอ่อนนิ่มและหดตัวเล็กลง
ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสอย่างเช่น ไวรัสเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัด
ช่วยรักษาโรคลูปัส อีริทีมาโตซัสทั่วร่าง (SLE) หรือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ
ช่วยแก้อาการป่วยบนที่สูง เช่น อาการหูอื้อ
ช่วยรักษาโรคที่มีสาเหตุมาจากการขาดออกซิเจน เช่น ถุงลมโป่งพอง หัวใจล้มเหลว เส้นเลือดหัวใจตีบ
ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน
ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
ช่วยป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ
เห็ดหลินจือจัดเป็นสเตียรอยด์ธรรมชาติ ซึ่งไม่มีสารพิษหรือผลข้างเคียงเหมือนกับสเตียรอยด์สังเคราะห์

ข้อควรรู้และคำแนะนำ
เห็ดหลินจือเหมาะกับใคร ? เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคซะเป็นส่วนใหญ่ มันจึงเหมาะกับโรคของผู้สูงอายุและวัยก่อนสูงอายุที่เป็นโรคดังกล่าวข้างต้น
เห็ดหลินจือสกัดรูปแบบของการรับประทาน แบ่งได้หลายรูปแบบ อย่างแรกเลยก็คือยาต้มแบบโบราณ ด้วยการนำเห็ดหลินจือที่แห้งนำมาต้มและเคี่ยว ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยากและไม่สะดวก หลินจือมิน แบบที่สอง คือเนื้อเห็ดหลินจือบดเป็นผงบรรจุแคปซูล หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออาจทำให้มีเชื้อราปนเปื้อนได้ โดยรูปแบบนี้จะมีความเข้มน้อยและดูดซึมได้ยาก แบบที่สามซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือสกัดหรือสารสกัดจากเห็ดหลินจือแคปซูล ซึ่งจะได้สารสกัดที่เข้มข้น มีสรรพคุณที่ดีกว่า ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ที่สำคัญก็คือมีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย เช่น เห็ดหลินจือโครงการหลวง
เห็ดหลินจือกินอย่างไร ? สำหรับเวลาที่เหมาะสมก็คือการรับประทานตอนเช้าในขณะที่ท้องว่าง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ถ้าทานร่วมกับวิตามินซีด้วยก็จะดีมากเพราะจะช่วยเสริมสรรพคุณ และสำหรับผู้ที่ต้องกินยากดภูมิต้านทานหรือผู้ที่เป็นโรค SLE หรือผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะควรงดรับประทาน
ผลข้างเคียงของเห็ดหลินจือ สำหรับผู้ที่เริ่มรับประทานเห็ดหลินจือใหม่ ๆ อาจจะรู้สึกเวียนศีรษะ อาเจียน ง่วงนอน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย ผิวหนังเกิดอาการคัน เป็นต้น แต่ก็ถือเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่เป็นเรื่องปกติของการบำบัดด้วยสมุนไพร เมื่อตัวยาเข้าไปในร่างกายจะเข้าไปชำระล้างสารพิษต่าง ๆ ให้สลายไป หรือเคลื่อนไปช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติดังกล่าว ซึ่งอาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 2-7 วันก็จะกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน หากมีอาการคุณสามารถรับประทานต่อไปได้เลย แต่หากมีอาการมากก็ควรลดปริมาณลงจนกว่าอาการจะเป็นปกติ และให้รับประทานตามคำแนะนำต่อไป และสำหรับผู้ป่วยที่กำลังรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ก็สามารถรับประทานเห็ดชนิดนี้ควบคู่ไปได้ หลินจือมิน.

No Comments on หลินจือมิน เห็ดหลินจือ ชื่อสามัญ Lingzhi mushroom, Reishi mushroom

l-gluta berry plus วิธีทําให้ผิวขาวง่ายภายใน 7 วัน March 7, 2017

l-gluta berry plus วิธีทําให้ผิวขาวง่ายภายใน 7 วัน หลังจากได้ทดลองเทคนิควิธีทําให้ผิวขาวจากเว็บกระปุกดอทคอมแล้ว ก็เลยเอามาดัดแปลงสูตรเล็กน้อยและได้ผลอย่างดีทีเดียว เลยอยากบอกต่อสำหรับคนรักผิวขาวที่ชื่นชอบสารกลูต้าไธโอนกันชนิดที่ว่า เลิกยากกันค่ะ แม้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจะออกมาเตือนผู้บริโภค ว่าไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น แต่เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะทำให้ผิวขาวถาวรได้ ผลิตภัณฑ์หรือยาอาจช่วยให้ผิวขาวได้ชั่วคราวเท่านั้น แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาร่างกายก็ผลิตเม็ดสีตามปกติ ยิ่งการอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ทำร้ายผิวอย่างหนักในปัจจุบัน ผิวก็จะยิ่งกลับมาหมองคล้ำกว่าก่อน แต่วันนี้จะบอกวิธีทําให้ผิวขาวที่ได้ผลภายในระยะเวลาสั้นเพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น มาฝากกันค่ะ วิธีทําให้ผิวขาว ได้ผลภายใน 7 วัน กับเคล็ดลับความงามด้วยสูตรและวิธีทําให้ผิวขาวง่ายภายใน 7 วันนี้ ต้องได้ผลแน่นอน สาวๆ ลองเอาไปทำกันดูนะคะ โดยเริ่มต้นด้วย การขัดผิว โดยในกลุ่มผู้รักสุขภาพผิวนั้น การขัดผิวดูเหมือนจะเป็นวิธีแรกๆ ที่สามารถใช้ได้ผล ด้วยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ต้องเป็นสครับที่ได้จากธรรมชาติจะดีที่สุด ที่มีส่วนผสมอันหลากหลาย เช่น มะขามเปียก มะละกอ นมสด มะนาว น้ำผึ้ง โยเกิร์ต ฯบฯ และนำมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่ายๆ แล้ว ทำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวก็จะขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน l-gluta berry plus.

l-gluta berry plus
l-gluta berry plus น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้น แอล กลูต้า เบอร์รี่ พลัส
ผลไม้รสเปรี้ยวขัดขี้ไคล จัดเป็นวิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้ายๆ กันก็ได้ l-gluta berry plus
ครีมบำรุงผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า
ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลา และอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาดๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด 20 นาทีก่อนออกแดดทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
อบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส เป็นทั้ง วิธีทําให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีอบไอน้ำผิวหน้านั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งกะทะต้มน้ำจนเดือด จากนั้นน้ำกะทะมาวางบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าให้อยู่เหนือไอน้ำ ความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน และไอน้ำจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน
วิธีทําให้ผิวขาวง่ายภายใน 7 วัน

ทั้งหมดนี้คือสูตรและวิธีทําให้ผิวขาวสำหรับการดูแลสุขภาพผิวของสาวๆ ให้ขาวเนียนอยู่เสมอ อย่าลืมข้อสำคัญคือ การรับประทานอาหารให้เหมาะสม และควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ l-gluta berry plus จะทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลา 1 สัปดาห์อย่างแน่นอน

วิธีทําให้ผิวขาวง่ายภายใน 7 วัน

วิธีทําให้ผิวขาว
สวัสดีค่ะ วันนี้มี วิธีทําให้ผิวขาว มาฝากกันค่ะ

เชื่อว่าใครๆหลายๆคนคงอยากผิวขาว แต่ไม่รู้จะทำยังไง อยากใช้โน่นใช้นี่ แต่ก็กลัว

ลองนำวิธีทําให้ผิวขาวแบบธรรมชาติไปลองใช้กันดู ดังนี้น่ะค่ะ

วิธีทําให้ผิวขาวสูตรโยเกิร์ตผสมมะนาว
ให้เรานำน้ำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที มะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ขาวสดใสกว่าเดิมค่ะ ส่วนโยเกิร์ตจะช่วยลดการระคายเคืองผิวค่ะ

วิธีทําให้ผิวขาวสูตรกล้วยหอมผสมนมสด
ให้เรานำกล้วยหอมและนมสดมาบดผสมกัน แล้วนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ กล้วยหอมและนมสดจะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ค่ะ

วิธีทําให้ผิวขาวสูตรมะละกอผสมนมสด
ให้เรานำมะละกอและนมสดมาบดผสมกัน แล้วนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้คล้ายๆกับสูตรกล้วยหอมและนมสดน่ะค่ะ

วิธีทําให้ผิวขาวสูตรน้ำผึ้งผสมโยเกิร์ต
ให้เรานำน้ำผึ้งและโยเกิร์ตมาผสมกัน คนให้เข้ากัน แล้วนำไปพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งและโยเกิร์ตจะช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ค่ะ

วิธีทําให้ผิวขาวสูตรน้ำมันมะพร้าว
ให้เรานำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวได้เลยค่ะ เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยทำให้ผิวขาวเนียนนุ่มชุ่มชื่นค่ะ

สำหรับใครที่อยากผิวขาว ลองนำวิธีทําให้ผิวขาวเหล่านี้ไปใช้กันดูน่ะค่ะ l-gluta berry plus.

No Comments on l-gluta berry plus วิธีทําให้ผิวขาวง่ายภายใน 7 วัน
Categories: l-gluta berry plus

de white gluta ผิวขาว เป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงส่วนใหญ่ March 6, 2017

de white gluta ผิวขาว เป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงส่วนใหญ่ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมและมลพิษในปัจจุบัน จึงทำให้ผิวของเรามักจะถูกทำร้ายจนหมองคล้ำอยู่เสมอ ทั้งยังเป็นสาเหตุของปัญหาผิว อย่างเช่น สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ และปัญหาริ้วรอยก่อนวัย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะเรามี 19 วิธี ที่จะทำให้ผิวของคุณดูขาวสวยขึ้นอย่างทันตา และดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติสุดๆ โดยมีวิธีเพื่อผิวขาว ดังนี้ 19 วิธีทำให้ผิวขาวกระจ่างใส คล้ำแค่ไหน.. ก็ขาวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เคล็ดลับผิวขาวโดยการ อบไอนํ้าผิว การอบไอน้ำผิว เป็นวิธีที่จะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกจนถึงรูขุมขน เพราะผิวของเราเมื่อสัมผัสกับไอน้ำร้อนๆ รูขุมขนจะค่อยๆ เปิด และปล่อยให้ไอน้ำเข้าไปขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ภายในจนหมด ซึ่งก็จะทำให้ผิวมีความกระชับและสดใสยิ่งขึ้น เพราะเมื่อรุขุมขนสะอาดหมดจด ผิวของเราก็จะดูเรียบเนียนและขาวกระจ่างใสด้วยนั่นเอง สำหรับวิธีการอบไอน้ำนั้น สามารถทำเองได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเข้าสปาเลยล่ะ ซึ่งทำได้ด้วยการต้มน้ำในหม้อหรือกะทะจนเดือด นำมาวางบนโต๊ะ แล้วยื่นหน้าเข้าไปให้สัมผัสกับไอน้ำโดยตรง แค่นี้ก็เสร็จขั้นตอนการอบไอน้ำผิวแล้ว แต่จะใช้ได้กับการอบไอน้ำผิวหน้าเท่านั้น ในส่วนของผิวกาย หากไม่สะดวกไปอบซาวน์น่าก็อาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาประคบลงบนผิวแขนขา เน้นบริเวณที่หยาบกร้านก่อนทำการสครับหรือพอกผิวก็จะช่วยเปิดรูขุมขน และทำให้สารอาหารจากมาส์กที่เราพอก ซึมซาบลงไปบำรุงผิวชั้นในลึกได้อย่างเต็มที่มากขึ้นเช่นกัน ทำวิธีนี้บ่อยๆ ผิวก็จะขาวกระจ่างใสขึ้นได้แล้วค่ะ แต่เนื้อมาส์กนั้นๆ จะต้องมีส่วนผสมจากวิตามินซีหรือกรด AHA จากธรรมชาติโดยเฉพาะก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์มากขึ้น de white gluta.

de white gluta

de white gluta สูตรผิวขาวโดยการ บำรุงผิวขาวด้วยคอลลาเจน ดีไวท์ กลูต้า

คอลลาเจน เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึงและขาวใสยิ่งขึ้น โดยเราสามารถรับคอลลาเจนได้จากอาหารบางชนิดที่ทานเข้าไป หรือการทานคอลลาเจนเสริม ซึ่งในปัจจุบันมีวางขายเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้การจะซื้อคอลลาเจนเสริมมาทาน เพื่อบำรุงผิวให้ขาวใสขึ้นนั้น จะต้องเช็ค อย. และมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมให้ดี นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง de white gluta

สูตรผิวขาวโดยการ บำรุงผิวขาวด้วยคอลลาเจน

วิธีทําให้ผิวขาวโดยการ ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด

ครีมกันแดด ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันผิวของคุณจากความหมองคล้ำเท่านั้น แต่ครีมกันแดดก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มความขาวกระจ่างใสให้กับผิวเช่นกัน นั่นก็เพราะในครีมกันแดดมีสารที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวใส ทั้งปกป้องการถูกทำร้ายจากรังสี UV ได้อย่างล้ำลึก เมื่อใช้เป็นประจำ ผิวจึงดูขาวใสขึ้นและดูมีสุขภาพผิวดีอีกด้วย โดยมีเทคนิคการใช้ครีมกันแดดให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด ดังนี้

– ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 30 นาที เพราะเป็นช่วงที่ครีมกำลังออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ และควรทาอย่างต่อเนื่องทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

– เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15+ เมื่ออยู่บ้านหรือสถานที่ที่ไม่ค่อยมีแดดมากนัก

– เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เมื่อต้องสัมผัสกับแสงแดดที่ร้อนแรงสุดๆ

สูตรผิวขาวโดยการ ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA

AHA เป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่จะช่วยกระตุ้นให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้น พร้อมทั้งเผยผิวใหม่ที่มีความขาวกระจ่างใสกว่า โดยคุณสามารถหาซื้อ AHA ได้ตามคลินิกหรือร้านขายยาทั่วไป แต่ทั้งนี้เมื่อใช้ AHA คุณจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดและความร้อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพราะเอเอชเอจะทำให้ผิวของคุณบางลงและไวต่อแดดได้ง่าย ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่อผิวพรรณได้เป็นอย่างมากนั่นเอง

สูตรผิวขาวโดยการ ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA

ออกกำลังกายเป็นประจำ

หลายคนคงรู้ดีว่า การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันจะทำให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้นและช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี แต่รู้ไหมว่านอกจากข้อดีเหล่านี้แล้ว การออกกำลังกายก็สามารถช่วยปรับสภาพผิวของคุณให้ดูเปล่งปลั่งและขาวเนียนขึ้นได้ นั่นก็เพราะเมื่อมีการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ร่างกายก็จะขับเหงื่อออกมา ซึ่งจะทำให้สิ่งสกปรก คราบไคลและสารพิษต่างๆ ถูกขับออกมาด้วย จึงทำให้ผิวดูสว่างไสวและมีสุขภาพดีสุดๆ ที่สำคัญคือ ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน แก้ปัญหาสิว ฝ้า กระ และปัญหารูขุมขนกว้างได้เป็นอย่างดี

ผิวขาวใสเร่งด่วน ด้วยนํ้านม

หลายคนคงจะเคยได้ยินว่าอยากผิวขาว ต้องลงไปแช่ในอ่างน้ำนม ซึ่งก็จริงที่น้ำนมสามารถทำให้ผิวขาวกระจ่างใส เนียนกระชับ และดูเนียนนุ่มขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องถึงขนาดลงไปแช่ในอ่างน้ำนมหรอก เพราะมีสูตรผิวขาวใสง่ายๆ จากน้ำนม โดยการนำน้ำนมมาทาให้ทั่วผิวโดยตรง ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวพรรณก็จะดูเปล่งปลั่งและค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างแน่นอน หรือหากใครต้องการให้ผิวขาวเร่งด่วน อาจใช้ใยบวบขัดผิวเบาๆ ขณะทาน้ำนมไปด้วยก็ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวขาวสวยแล้ว ก็มีความอ่อนโยนต่อผิวไม่ก่อให้เกิดการแพ้อีกด้วย

ผิวขาวด้วยนํ้านม

ฉีดกลูต้าไธโอน อีกหนึ่งวิธีทํายังไงให้ขาว

การฉีดกลูต้าไธโอน กำลังเป็นที่นิยมในการทำให้ผิวขาวอย่างเร่งด่วน และได้ผลจริง 100% แต่ทั้งนี้การฉีดกลูต้าไธโอน ยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก และมีราคาแพงอีกด้วย de white gluta ซึ่งก็พบว่าบางแห่งมีการนำกลูต้าไธโอนของปลอมที่ผสมสารตัวอื่นๆ มาหลอกขาย ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ไปฉีดได้ ดังนั้นหากคิดจะขาวด้วยการฉีดกลูต้าไธโอนล่ะก็ ควรพิจารณาสถานที่ที่จะไปฉีดสักหน่อย ว่ามีความเชื่อถือได้หรือไม่ และที่สำคัญต้องมีงบประมาณมากพอ เพราะจะต้องฉีดอย่างต่อเนื่องหลายเดือน กว่าผิวจะขาวอย่างน่าพอใจนั่นเอง

เสริมด้วยวิตามินซี อีก 1 เคล็ดลับผิวขาว

วิตามินซี ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ก็มีข้อดีในด้านของความสวยความงามเช่นกัน เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อให้ผิวดูขาวเรียบเนียน และกระชับเต่งตึงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยและต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเนียนนุ่มเหมือนผิวเด็ก โดยการเสริมวิตามินซีให้กับร่างกายนั้น สามารถเสริมได้ด้วยการทานผักผลไม้หรืออาหารที่มีวิตามินซีเยอะๆ และการทานวิตามินซีเสริม ที่มีขายอยู่ทั่วไป

ขัดผิวด้วยผลไม้รสเปรี้ยว

ขัดผิวด้วยผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส อยากขาวต้องลอง

รู้ไหมว่าผลไม้รสเปรี้ยว ก็สามารถช่วยปรับสภาพผิวของคุณให้มีสุขภาพดีและขาวกระจ่างใสขึ้นเช่นกัน เพราะผลไม้เหล่านี้มีกรดที่จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งช่วยขัดถูขี้ไคลได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้ผิวดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และน่าพอใจสุดๆ แต่สำหรับคนผิวบาง ควรเลือกผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อการขัดผิวอย่างระมัดระวัง เพราะผลไม้บางชนิดอาจมีกรดสูงจนทำให้เกิดการแพ้ได้ อย่างเช่น มะนาว สับปะรด เป็นต้น de white gluta.

No Comments on de white gluta ผิวขาว เป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงส่วนใหญ่
Categories: de white gluta